กิ้งกือมังกรสีชมพู สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกค้นพบ

กิ้งกือมังกรสีชมพู (Shocking pink millipede)เป็นชื่อของกิ้งกือชนิดหนึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Desmoxytes purpurosea กิ้งกือมังกรสีชมพู เป็นสัตว์ที่จัดอยู่ใน ไฟลัม Arthropoda ชนิดของสัตว์ขาปล้อง กิ้งกือมังกรสีชมพูเป็นสัตว์ที่ถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2550 โดยนักสำรวจชาวไทยในกลุ่ม siamensis.org ได้มีการถ่ายภาพสัตว์ชนิดใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อนในประเทศไทยและส่งให้ทางผู้เชี่ยวชาญ ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา และคณะ ซึ่งก็เดินทางไปยังพื้นที่ที่ค้นพบคือ ป่าเขาหินปูนแถบภาคกลางตอนบนและภาคเหนือตอนล่างของไทย พบสัตว์ชนิดนี้และนำตัวอย่างไปตรวจสอบ พบว่าเป็นสัตว์ที่อยู่ในวงศ์สปีซีส์เดียวกับกิ้งกือ จึงถูกตั้งชื่อสัตว์ดังกล่าวว่า กิ้งกือมังกรสีชมพู เนื่องจากลักษณะลำตัวมีสีชมพูสดใสทั้งตัวแบบช็อกกิ้งพิ้งค์ บริเวณลำตัวมีปุ่มหนามยื่นจากลำตัวคล้ายหนวดมังกร และมีขาใต้ลำตัว จากการศึกษากิ้งกือชนิดนี้จัดว่าเป็นกิ้งกือขนาดเล็กโดยตัวเต็มวัยมีความยาว 7 – 8 เซนติเมตรมี ปล้องลำตัวประมาณ 25 – 40 ปล้องและมีขาจำนวน 50 – 80 ขา กิ้งกือมังกรสีชมพู จัดว่าเป็นกิ้งกือชนิดใหม่และชนิดเดียวที่พบในประเทศไทย และจัดว่าเป็นสัตว์สปีชีส์ใหม่ที่ถูกค้นพบแห่งแรกของโลก นอกจากนี้ยังพบว่ากิ้งกือมังกรสีชมพูยังมีสารพิษบริเวณหนามของมัน ซึ่งเป็นสารพิษประเภทไซยาไนด์ ซึ่งใช้ป้องกันตัวจากศัตรูตามธรรมชาติ โดยเจ้ากิ้งกือมังกรสีชมพูนี้พบได้มากที่สุดในเขตอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี แม้ว่าตอนนี้การศึกษาเจ้ากิ้งกือชนิดนี้จะมีข้อมูลและรายละเอียดไม่มากพอ แต่มันถูกจัดให้เป็น 1 ใน

ทารันทูล่า แมงมุมยักษ์ซากดึกดำบรรพ์

ทารันทูล่า เป็นชื่อของแมงมุมขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งจัดอยู่ในประเภทสัตว์ขาปล้อง นอกจากนี้ชื่อของ ทารันทูล่า ยังถูกเรียกชื่ออื่นๆอีกเช่น บึ้ง, กำบึ้ง แมงมุมทารันทูล่า จัดว่าเป็นแมงมุมสายพันธุ์ที่มีวิวัฒนาการมายาวนานถึง 300 ล้านปีมาแล้วในช่วงยุค ดีโวเนียน จัดว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิตอยู่โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ของร่างกายมากนักหรือน้อยมาก ทารันทูล่า เป็นแมงมุมที่มีพิษแต่เป็นพิษอ่อนซึ่งมีทำให้มนุษย์เสียชีวิตแต่มีเขี้ยวขนาดใหญ่ 2 ซี โดยทั่วไปทารันทูร่ามีลักษณะเหมือน กับแมงมุมขาปล้องทั่วไป กระจายอยู่ตามพื้นที่ป่าดิบชื้น สามารถพบได้เกือบทุกพื้นที่ทั่วโลกยกเว้นแถบขั้วโลก นอกจากนี้แมงมุมทารันทูล่ายังถูกจัดว่าเป็นแมงมุมที่ใหญ่ ที่สุดในโลกด้วย โตเต็มวัยมีขนาด 33 เซนติเมตร และสามารถมีชีวิตนานกว่าแมงมุมชนิดอื่นคือ 20 ปี ทารันทูล่า ชอบอาศัยอยู่บริเวณต้นไม้และโพรงดิน ซึ่งแมงมุมชนิดนี้เป็นแมงมุมที่ค่อนข้างรักความสะอาดมากโดยโพรงดินนั้นมีความสะอาดหากมีเศษไม้หรือเศษดินใน โพรงดินจะคาบชิ้นส่วนเหล่านั้นออกมาในโพรงทันที สิ่งที่สังเกตโพรงดินของทารันทูล่าง่ายๆคือมีใยแมงมุมรอบโพรงและโพรงมีขนาดประมาณ 35 – 40 เซนติเมตร ทารันทูล่าจัดว่าเป็นแมงมุมที่รักความสะอาดและรักความสวยงาม รวมถึงเป็นสัตว์ที่นิยมเลี้ยงเป็นแปลกด้วย นอกจากนี้แล้วทารันทูล่ายังเป็นอาหารของมนุษย์อีกด้วย ซึ่งคนไทยเรียกทารันทูล่าว่า บึ้ง ส่วนใหญ่จะนิยมจับบึ้งมาทำเป็นอาหาร ซึ่งในประเทศไทยพบทารันทูล่าจำนวน 4 ชนิดคือ บึ้งดำ, บึ้งสีน้ำเงิน, บึ้งลายหรือบึ้งม้าลาย และ บึ้งสีน้ำตาล ปัจจุบันมีการพบแมงมุมทารันทูล่ากว่า 900

งูไทปัน หนึ่งในงูพิษที่อันตรายที่สุดในโลก

งูไทปัน เป็นงูชนิดหนึ่งจัดอยู่วงศ์งูมีพิษที่ร้ายแรงที่สุดในโลก งูไทปัน เป็นงูพิษเขี้ยวหน้าที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Oxyuranus ซึ่งเป็นงูพิษที่อันตรายที่สุดและมีพิษร้าย แรงที่สุดในโลก งูไทปันมีถิ่นกำเนิดในแถบหมู่เกาะไทปัน และเอเชีย-โอเชียเนีย ปัจจุบันกระจายสายพันธุ์อยู่มากในทวีปออสเตรเลีย ซึ่งงูชนิดนี้มักอาศัยอยู่ตามซอกหินของพื้นที่ตอนกลางของประเทศซึ่งเป็นทะเลทราย นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ตามแหล่งที่อยู่อาศัย ชุมชนของมนุษย์ด้วย งูไทปันจะขยายพันธุ์ในช่วงฤดูร้อนโดยงูตัวเมียจะวางไข่ครั้งละ 15 – 18 ฟอง ตัวงูมีลำตัวสีเขียวปนน้ำตาล ลำตัวมีจุดดำเล็กๆตามตัว ลำตัวยาว 2 – 3 เมตร ตัวโตเต็มวัย อาจยาวถึง 3.8 เมตร งูไทปัน เป็นงูพิษที่ร้ายแรงและอันตรายที่สุดในโลก นอกจากนี้แล้วมันเป็นงูพิษที่เป็นที่รู้จักของชาวออสเตรเลียอย่างกว้างขวาง พิษของมันจัดว่ารุนแรงมากกว่าพิษของงูเห่าถึง 50 เท่า และพิษของงูจงอางถึง 60 เท่า พิษเพียงน้อยนิดสามารถฆ่ามนุษย์ได้ถึง 100 คน ซึ่งเชื่อว่า พิษที่ร้ายแรงของงูไทปันนั้นอาจเพราะสัญชาตญาณการฆ่าที่ไม่ต้องเปลืองแรงมากเพียงฉกแล้วปล่อยพิษเหยื่อก็จะตายอย่างรวดเร็ว ภายในพิษประกอบด้วยสารที่ ทำลายระบบประสาท, ระบบกล้ามเนื้อและระบบของเลือด เช่น สารนิวโรท็อกซิน ทำลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ, โปรตีนโปรโคอะกูเลนท์ ทำลายระบบการแข็งตัว ของเลือดทำให้แผลที่ถูกกัดนั้นเลือดไม่หยุดไหล และสารไมโทซิน ทำลายระบบกล้ามเนื้อ ส่วนใหญ่ผู้ที่ถูกกัดจะเสียชีวิตภายใน

นกอินทรีย์ เจ้าเวหานักล่าแห่งท้องฟ้า

นกอินทรีย์ เป็นนกขนาดใหญ่ประเภทนกล่าเหยื่ออยู่ในวงศ์สกุล Accipitridae และมีวงศ์สกุลย่อยต่างๆมากมายซึ่งสกุล Harpagornis สูญพันธุ์ไปแล้ว นกอินทรีย์เป็นนกล่าเหยื่อขนาดใหญ่สามารถพบได้เกือบทุกพื้นที่ทั่วโลกและพบมากในแถบแอฟริกา นอกจากนี้นกอินทรีย์ยังจัดอยู่ประเภทเดียวกับ เหยี่ยว ซึ่งอินทรีย์มีโครงสร้างและกายภาพร่างกายที่แข็งแรงมาก โดยเฉพาะกรงเล็บที่คมกริบไว้คอนดักจับเหยื่อ ขนาดปีกที่แผ่ขยาย ปลายปีกแหลม และจะงอยปากที่แหลมคม ซึ่งอินทรย์จะล่าเหยื่อขนาดเล็กเป็นอาหาร ได้แก่ หนู, กระต่าย, งู, ปลา รวมถึงนกขนาดเล็กกว่าด้วย นอกจากนี้ความสามารถของอินทรีย์คือ สายตาที่คมกริบ สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลซึ่งใช้ในการล่าเหยื่อ สามารถบินโฉบเหยื่อได้ด้วยความสูงในระดับ 1,200 เมตรได้สบายๆ ทำให้นกอินทรีย์จัดว่าเป็นสัตว์ที่มีสายตาดีที่สุดในโลกด้วย นอกจากนี้แล้วยังถูกจัดว่าเป็นสัตว์ปีกที่มีอายุยืนถึง 70 ปี ซึ่งเป็นนกที่อายุยืนที่สุดในโลกด้วย นกอินทรีย์ เป็นนกที่ชอกการใช้ชีวิตในพื้นที่สูง โดยการทำรังชอบการทำรังบริเวณซอกผาหรือต้นไม้สูงส่วนใหญ่ชอบการทำรังบนหน้าผามากกว่า และออกไข่ครั้งละประมาณ 1 – 2 ฟอง นกอินทรีย์กระจายตามทุกพื้นที่ทั่วโลก ยกเว้นแถบแอนตาร์กติก และ แอนตาร์กติกา สำหรับประเทศไทยพบได้ 4 ชนิดคือ อินทรีทะเลปากขาว, อินทรีทะเลหัวนวล, อินทรีดำ, อินทรีปีกลาย นกอินทรีย์จัดว่าเป็นนกที่น่าเกรงขามและมีการใช้แทนเชิงสัญลักษณ์ต่างๆ นอกจากนี้นกอินทรีย์ยังปรากฏในเทพนิยาย, วรรณคดีของไทย เช่น

อนาคอนดา งูยักษ์แห่งลุ่มน้ำอเมซอน

อนาคอนดา เป็นชื่อของสายพันธุ์งูขนาดใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีการจำแนกออกเป็น 4 สกุล อนาคอนด้ามีการจำแนกสายพันธุ์ออกดังนี้ คือ งูอนาคอนดาโบลิเวีย, งูอนาคอนดาจุดดำ, งูอนาคอนดาเขียว และ งูอนาคอนดาเหลือง โดยทั้ง 4 สกุลนี้ อนาคอนดาเขียวจะเป็นสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดและมีจำนวนมากที่สุดในวงศ์สกุล งูอนาคอนดา อนาคอนดาจัดอยู่ในวงศ์งูไม่มีพิษ ประเภทเดียวกับ งูเหลือมและงูหลาม ชื่นชอบการอาศัยอยู่ตามหนองบึงและพื้นที่ชุ่มน้ำ พบมากในประเทศแถบ อเมริกาใต้ เช่น ป่าอเมซอน อนาคอนดาเป็นสัตว์เลื้อยคลานประเภทงูที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเฉพาะอนาคอนดาเขียว ตัวโตเต็มวัยสามารถยาวได้ถึง 6 – 8 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางลำตัวประมาณ 30 เซนติเมตร หนักได้ถึง 300 กิโลกรัม งูอนาคอนดาเขียวเป็นงูนักล่าที่สามารถฆ่าเหยื่อขนาดใหญ่ได้ เช่น กวาง, หมูป่า รวมถึง จระเข้ที่ตัวเล็กกว่าได้ด้วย ซึ่งอนาคอนดาจะสังหารเหยื่อโดยการฉกกัดแล้วรัดจนเหยื่อขาดใจตายจากนั้นก็จะเขมือบเหยื่อทั้งตัว โดยอนาคอนดาเขียวสามารถพบได้มากที่สุดในวงศ์งูอนาคอนดา ซึ่งอนาคอนดาจัดว่าเป็นงูขนาดใหญ่ที่ยังดำรงเผ่าพันธุ์อยู่บนโลก สันนิฐานว่าอนาคอนดาอาจมีสายพันธุ์ที่มาจาก ไททันโอโบอา งูยักษ์ดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว อนาคอนดายังคงมีความเชื่อในเรื่องของ งูยักษ์ลึกลับ มีรายงานว่างูอนาคอนดายักษ์เคยสังหารมนุษย์และกินมนุษย์มาแล้ว นอกจากนี้แล้วยังเคยมีรายงานการพบงูขนาดใหญ่ที่มีความยาวถึง 62 ฟุต

แมวดาว แมวป่าที่สวยงามและหายาก

แมวดาว เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวกับแมวบ้าน และแมวทั่วไป แต่ แมวดาว เป็นสัตว์ที่ชอบอาศัยในพื้นที่ป่าแต่ไม่ใช้ป่าลึกเป็นสัตว์ที่มีความว่องไวรวมถึงมี ลักษณะคล้ายกับแมวทั้งหมด ลักษณะเด่นของแมวดาวนั้นคือลักษณะของขนที่มีสีน้ำตาลอมเทาและมีจุดดำตามลำตัวคล้ายกับเสือดาว มีหางยาวฟู บริเวณท้องมีสีขาวนวล ลำตัวโดยทั่วไปมีขนาดโตเต็มวัยมีความยาวตั้งแต่หัวถึงหาง 44 – 55 เซนติเมตร หนัก 5 กิโลกรัม ซึ่งตัวผู้จะมีลำตัวใหญ่กว่าตัวเมีย แมวดาวจัดว่าเป็นแมวที่มีความสวยงามแต่ทว่าแมวดาวจัดว่าเป็นสัตว์ป่า โดยกระจายอยู่ตามพื้นที่ของทวีปเอเชีย เช่น เอเชียตะวันออก, เอเชียใต้, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับประเทศไทยพบได้ในพื้นที่ป่าแถบทุกพื้นที่ของประเทศ แมวดาวเป็นแมวที่กระจายพันธุ์อย่างรวดเร็วรวมถึงไม่ถึงขั้นถูกล่าโดยมนุษย์จึงทำให้มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์ ซึ่งบางประเทศจะให้แมวดาวเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง นอกจากนี้แล้วแมวดาวยังสามารถปรับตัวได้ในทุกสภาพของพื้นที่ของพื้นที่ป่าส่วนใหญ่ชอบอาศัยตามพื้นที่ป่าใกล้ ชุมชน ชอบออกหากินในเวลากลางคืนและจับหนูป่า, สัตว์ขนาดเล็ก และสัตว์เลื้อยคลานเป็นอาหาร แมวดาวเป็นสัตว์ที่รักสันโดษเหมือนแมวทั่วไป ชอบอาศัยและล่าตามลำพัง ยกเว้นจะอยู่รวมกันในช่วงฤดูผสมพันธุ์ โดยตัวเมียจะตั้งท้อง 60 – 72 วัน ออกลูกครั้งละ 2 – 5 ตัว แมวดาวถือว่าเป็นแมวที่มีความสวยงามมากซึ่งมีการนำแมวดาวมาผสมข้ามสายพันธุ์กับแมวบ้าน ซึ่งจะได้ลูกแมวสายพันธุ์ทาง ซึ่งเรียกสายพันธุ์ใหม่ว่า แมวเบงกอล ซึ่งสามารถนำมาเลี้ยงได้ แมวดาวนั้นจะมีอายุได้ประมาณ 10 – 13

เสือดาวหิมะ สัตว์นักล่าแห่งเทือกเขาสูง

เสือดาวหิมะ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ในสกุลเดียวกับ เสือดาวธรรมดา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Panthera uncia ปัจจุบันถูกจำแนกออกเป็น 2 ชนิดย่อย เสือดาวหิมะจัดว่ามีลักษณะคล้ายกับเสือดาวทั่วไปแตกต่างกันอย่างหนึ่งคือมีขนหนาและมีหางยาวฟูที่ปลายหาง อาศัยอยู่ตามพื้นที่เทือกเขาสูงระดับ 4,000 เมตรขึ้นไป พบมากแต่แถบเทือกเขาหิมาลัย เช่น เช่น มองโกเลีย, ภูฐาน, ทิเบต, จีน, อัฟกานิสถาน, รัสเซีย, อินเดีย, เนปาล ซึ่งเสือดาวหิมะจัดว่าเป็นสัตว์ที่ลึกลับและหายาก รวมถึงยังเสี่ยงต่อการถูกคุกคามจากมนุษย์ด้วย เสือดาวหิมะโตเต็มวัย ตัวผู้มีขนาดลำตัวที่ 95 – 135 เซนติเมตร สูง 60 เซนติเมตร หนักประมาณ 50 – 58 กิโลกรัม ตัวเมียมีน้ำหนักประมาณ 38 – 45 กิโลกรัม โดยตัวเมียจะออกลูกครั้งละ 1 – 2 ตัวลำ โดยทั่วไปเสือดาวหิมะมีลักษณะเหมือนกับเสือดาวธรรมดาทุกประการ แตกต่างแต่ขนหนากว่าและลายดอกสีดำ ซึ่งเสือดาวธรรมดาจะมีลายดอกดำหนากว่าและมากกว่า สำหรับเสือดาวหิมะจะมีลายดอกดำห่างและจางกว่า รวมถึงอุ้งเท้าหนา

คาปิบาร่า หนูยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

คาปิบาร่า เป็นชื่อของสัตว์ในตระกูลเดียวกับหนู ประเภทสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม คาปิบาร่า จัดว่าเป็นหนูที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งเป็นหนูในวงศ์สกุลเดียวกับหนูตะเภา มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้กระจายอยู่ตามพื้นที่ของป่าอเมซอน และอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ คาปิบาร่า เป็นหนูที่นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์สวยงามและเป็นสัตว์ที่เป็นมิตรต่อสัตว์ชนิดอื่นๆ ชอบอาศัยเป็นฝูงประมาณ 15 – 20 ตัว หรืออาจจะพบมากถึง 100 ตัวต่อฝูงก็ได้ จากการศึกษาประเภทของคาปิบาร่านั้นพบว่าในโมเลกุลของมันนั้นมีความสัมพันธ์กับ Hydrochoerus และ Kerodon ซึ่งเป็นชนิดโมเลกุลในหนูซึ่งเป็นสัตว์ฟันแทะ ดังนั้นแล้วคาปิบาร่าจึงจัดว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทหนู คาปิบาร่า มีลักษณะลำตัวป้อมยาว 40 -45 เซนติเมตร มีขนสีน้ำตาลและแข็ง หูสั้น ไม่มีหาง มีพังผืดที่เท้า มีฝันหน้า 2 ซี่ ยาว 1 – 2 นิ้ว จัดว่าเป็นสัตว์ฝันแทะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลำตัวโดยทั่วไปของคาปิบาร่านั้นคล้ายกับหนูตะเภา  เป็นสัตว์ที่ชอบอยู่รวมเป็นฝูงชอบใช้ชีวิตอยู่ตามพื้นที่ของหญ้าแห้ง บ้างก็ขุดดิน นอกจากนี้แล้วคาปิบาร่ายังชอบการว่ายน้ำ สามารถว่ายน้ำได้เก่ง บางครั้งเป็นสัตว์ที่ชอบน้ำมากซึ่งคาปิบาร่าชอบการแช่น้ำตลอดวันหรือแม้แต่การขับถ่าย คาปิบาร่าชอบอาหารพวกพืชและหญ้าแห้ง รวมถึงผลไม้ทุกชนิดในป่า พูดง่ายๆว่าคาปิบาร่าสามารถกินอาหารประเภทพืชได้เกือบทั้งหมดเนื่องจากในช่วงฤดูแล้งคาปิบาร่าสามารถกินพวกเปลือกไม้อ่อนๆ หญ้าแห้งก็ได้ ซึ่งนับว่าเป็นสัตว์ที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศได้ดีมาก เนื่องจากคาปิบาร่านั้นเป็นสัตว์ที่ไม่ได้อยู่ในวงจรอาหารของมนุษย์ทำให้มีความเสี่ยงสูญพันธุ์ต่ำและการกระจายสามารถกระจายได้มาก

เขียดงู สัตว์แปลกสายพันธุ์เดียวกับซาลาแมนเดอร์

เขียดงู เป็นสัตว์เลื้อยคลาน ประเภทครึ่งบกครึ่งน้ำ จำอยู่ในวงศ์สกุลเดียวกับ ซาลาแมนเดอร์ และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Apoda เขียดงู จัดว่าเป็นสัตว์แปลกที่มีลักษณะ คล้ายงู รูปร่างโดยรวมแล้วลำตัวยาวคล้ายงูหรือปลาไหล ไม่มีเกร็ด ส่วนใบหน้าและลำตัวคล้ายกับงูงวงช้าง เขียดงูเป็นสัตว์ที่อาศัยในพื้นที่ชื้นเช่น โพรงดิน และบริเวณ ลำธารในป่าลึกสามารถมีชีวิตอยู่ได้ทั้งในน้ำและบนบก เขียดงูถูกจัดว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่มีชีวิตเนื่องจากสายพันธุ์ของมันถือกำเนิดขึ้นในยุคจูราสซิกตอนปลาย ซึ่งในปัจจุบันเขียดงูมีทั้งสิ้นราว 9 วงศ์สกุล และอีก 200 ชนิดที่ถูกค้นพบ ส่วนใหญ่กระจายอยู่ตามพื้นที่เขตร้อน บริเวณเส้นศูนย์สูตร เช่น อเมริกาใต้, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, แอฟริกา, อินเดีย, อเมริกากลาง สำหรับประเทศไทยพบเพียง 1 ชนิดคือ เขียดงูเกาะเต่า เขียดงู ลักษณะทั่วไป มีลำตัวเรียวยาวประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร มีตาขนาดเล็กและมีหนังหุ้มกระดูกภายใน ซึ่งหนังมีลักษณะเลื่อมๆ มันๆ บางชนิดมีเกล็ดตามลำตัวคล้ายงู ส่วนใหญ่เขียดงูบางชนิดมีปอดข้างซ้ายใช้หายใจใต้น้ำ บางชนิดไม่มีปอด เขียดงูจัดเป็นสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังโดยกระดูกจะยึดติด ตั้งแต่หัวจนถึงหาง ลำตัวส่วนใหญ่เป็นปล้องๆ บางชนิดมีหนวดบริเวณจมูก เขียดงูส่วนใหญ่นั้นจะออกลูกเป็นตัวแต่มีบางชนิดออกไข่โดยตัวเมียมีหน้าที่เฝ้าไข่ บางชนิดมีขากรรไกรแข็งแรงใช้ป้องกันศัตรู

ซาลาแมนเดอร์ สุดยอดสัตว์แปลกหายากและสวยงาม

ซาลาแมนเดอร์ (Salamanders) เป็นสัตว์เลื้อนคลานประเภทสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก หรือ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ซาลาแมนเดอร์ เป็นสัตว์แปลกและจัดว่าเป็นสัตว์ที่มีสายพันธุ์มายาวนาน และเป็นสัตว์หายาก ส่วนใหญ่มักอาศัยอยู่บริเวณถ้ำลึก ซาลาแมนเดอร์ ปัจจุบันกระจายอยู่แถบพื้นที่ต่างๆทั่วโลกเช่น ทางตะวันออกของจีน, รัสเซียตอนกลาง, มองโกล เลีย, ยุโรป, อเมริกาเหนือ, อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ ซึ่งมีทั้งหมดราว 68 สกุลและ 580 ชนิด ซาลาแมนเดอร์ มีลักษณะคล้ายกับจิ้งจก และมีขนาดเล็ก, ใหญ่ ตามแต่สายพันธุ์ สายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดคือ ซาลาแมนเดอร์ยักษ์จีน ซึ่งในปัจจุบันถือว่าเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ซาลาแมนเดอร์ มีลักษณะลำตัวสั้น มีกล้ามเนื้อลำตัว มีขา 2 คู่ ปลายหางมีลักษณะเป็นแพไว้ใช้ว่ายน้ำ ส่วนใหญ่มักอาศัยอยู่ในน้ำใส ตามซอกหินและสาหร่ายน้ำ ซาลาแมนเดอร์ จัดว่ามีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งคือ เป็นสัตว์ที่ไม่มีหูทั้งสองข้างและได้ยินเสียงโดยการใช่้ส่วนที่เรียกว่ากระดูกคอลิวเมลลา ซึ่งเป็นกระดูกอ่อนส่วนที่เชื่อมต่อกับหูชั้นในสุดภายในลำตัว ซึ่งทำให้ได้ยินเสียงได้กล่าว ลำตัวของซาลาแมนเดอร์ มีลักษณะเป็นเมือกลื่นๆไม่มีเกร็ด บางชนิดเมือกมีพิษใช้เพื่อป้องกันตัวจากนักล่า ซึ่งพิษที่เมือกของซาลาแมนเดอร์นั้นนอกจากใช้เพื่อป้องกันตัวแล้ว เมือกยังสังเคราะห์เป็นฟีโรโมนเพื่อดึงดูเพศตรงข้าม ในฤดูผสมพันธุ์ด้วย ซาลาแมนเดอร์ จัดว่าเป็นสัตว์สายพันธุ์หนึ่งที่มีชีวิตอยู่ในช่วงยุคจูแรสซิกและสามารถรอดชีวิตจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ได้ โดยในปัจจุบันเชื่อซาลาแมนเดอร์